พยาบาลดูแลผู้ป่วยที่บ้าน ราคาเท่าไหร่? อัปเดตปี 2569
พยาบาลดูแลผู้ป่วยที่บ้านมีราคาเริ่มต้นประมาณ 1,200–2,950 บาทต่อครั้ง สำหรับการเยี่ยมบ้านหรือทำหัตถการเฉพาะอย่าง ส่วนการจ้าง พยาบาลวิชาชีพ (Registered Nurse: RN) แบบเวร 12 ชั่วโมง อยู่ที่ประมาณ 2,950–3,500 บาทต่อวัน หรือราว 75,000–90,000 บาทต่อเดือน
หากผู้ป่วยต้องมีพยาบาลตื่นเฝ้าและพร้อมให้การพยาบาลต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ควรจัดเป็นอย่างน้อย 2 กะ โดยใช้งบประมาณประมาณ 150,000–180,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป ราคาจริงขึ้นอยู่กับอาการ หัตถการ อุปกรณ์ทางการแพทย์ พื้นที่ให้บริการ และจำนวนพยาบาลที่ต้องผลัดเวร
ตัวเลขนี้เป็นช่วงงบประมาณจากราคาที่ผู้ให้บริการประกาศต่อสาธารณะ ณ เดือนสิงหาคม 2569 ไม่ใช่ราคากลางตามกฎหมาย ตัวอย่างเช่น ประกาศราคา RN กะ 12 ชั่วโมงที่ 3,500 บาทต่อวัน และ 90,000 บาทต่อเดือน ขณะที่ MyNurz ประกาศราคา RN เริ่มต้น 2,950 บาท ส่วนแพ็กเกจ RN 24 ชั่วโมงที่พบในตลาดอยู่ที่ประมาณ 147,000 บาทต่อ 30 วัน ราคาจริงจึงควรประเมินเป็นรายเคส
สรุปราคาพยาบาลดูแลผู้ป่วยที่บ้าน ปี 2569
คำตอบสั้นสำหรับครอบครัว: ถ้าต้องการ RN ดูแลเต็มเวร ควรเตรียมอย่างน้อยประมาณ 3,000–3,500 บาทต่อ 12 ชั่วโมง แต่หากผู้ป่วยต้องการเพียงความช่วยเหลือเรื่องอาบน้ำ ป้อนอาหาร เปลี่ยนผ้าอ้อม เตือนยา และเฝ้าระวังทั่วไป การใช้ผู้ดูแลประจำร่วมกับ RN เข้าเยี่ยมตามแผนอาจเหมาะสมและประหยัดกว่าการจ้าง RN เต็มเวลา
“พยาบาลดูแลที่บ้าน” หมายถึง RN จริงหรือไม่?
คำว่า “พยาบาล” มักถูกใช้กว้างในโฆษณา แต่บุคลากรแต่ละประเภทมีการศึกษา ขอบเขตงาน และราคาต่างกัน ครอบครัวควรถามชื่อตำแหน่งและตรวจสอบหลักฐานก่อนทำสัญญา
ชื่อเรียก PN, NA และ Caregiver อาจแตกต่างกันในแต่ละบริษัท จึงไม่ควรตัดสินจากชื่อตำแหน่งเพียงอย่างเดียว สำหรับ RN ควรตรวจสอบสถานะใบอนุญาตผ่านฐานข้อมูลของ สภาการพยาบาล และสอบถามประสบการณ์ที่ตรงกับโรคหรืออุปกรณ์ของผู้ป่วย
กรณีใดควรใช้พยาบาลวิชาชีพดูแลที่บ้าน?
การมี RN เหมาะกับผู้ป่วยที่ต้องใช้การประเมินทางการพยาบาลและการตัดสินใจเชิงคลินิกมากกว่าการช่วยกิจวัตรทั่วไป เช่น
ผู้ป่วยเพิ่งออกจากโรงพยาบาลและอาการยังไม่คงที่
ผู้ป่วยหลังผ่าตัดที่ต้องติดตามเลือดออก ไข้ ปวด แผล หรือภาวะแทรกซ้อน
ผู้ป่วยติดเตียงที่มีแผลกดทับ แผลซับซ้อน หรือเสี่ยงติดเชื้อ
ผู้ป่วยที่มีท่อเจาะคอ สายให้อาหาร สายสวนปัสสาวะ ออกซิเจน หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์
ผู้ป่วยที่ต้องฉีดยา ให้สารน้ำ หรือทำหัตถการตามคำสั่งแพทย์
ผู้ป่วยโรคเรื้อรังระยะซับซ้อน ผู้ป่วยประคับประคอง หรือผู้ที่ต้องเฝ้าระวังอาการเปลี่ยนแปลงใกล้ชิด
ครอบครัวที่ต้องการให้ RN สอนญาติเรื่องการดูแล การใช้เครื่องมือ และสัญญาณอันตรายก่อนรับช่วงดูแลเอง
ขอบเขตการปฏิบัติของพยาบาลต้องเป็นไปตามกฎหมาย มาตรฐานวิชาชีพ และข้อจำกัดของแต่ละหัตถการ สภาการพยาบาลมีข้อบังคับกำหนดข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพไว้โดยเฉพาะ
กรณีใดอาจไม่จำเป็นต้องจ้าง RN เต็มเวลา?
หากผู้ป่วยมีอาการคงที่ แพทย์ไม่ได้สั่งหัตถการที่ต้องทำต่อเนื่อง และความต้องการหลักคือการช่วยอาบน้ำ รับประทานอาหาร เข้าห้องน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อม เคลื่อนย้าย เตือนยา หรืออยู่เป็นเพื่อน อาจเลือกผู้ดูแลหรือผู้ช่วยพยาบาลที่ผ่านการคัดกรองแทน
ทางเลือกที่เหมาะกับหลายครอบครัวคือ Hybrid Care ได้แก่
RN ประเมินอาการและจัดทำแผนดูแลช่วงเริ่มต้น
ผู้ดูแลหรือผู้ช่วยพยาบาลอยู่ประจำตามระดับการพึ่งพิง
RN เข้าเยี่ยมเพื่อทำแผล เปลี่ยนสาย ประเมินอาการ หรือติดตามตามนัด
ทีมประสานแพทย์เมื่อข้อมูลหรืออาการเปลี่ยนแปลง
โมเดลนี้ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับบุคลากรตรงกับขอบเขตงาน ลดความเสี่ยงจากการให้ผู้ดูแลทั่วไปทำหัตถการเกินความสามารถ และควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีกว่าการใช้ RN เต็มเวลาโดยไม่มีข้อบ่งชี้
พยาบาล 24 ชั่วโมง ต้องใช้กี่คน?
คำว่า “24 ชั่วโมง” ต้องถามให้ชัดว่าเป็นแบบใด
1. พักค้างและมีช่วงพัก
บุคลากรพักอยู่ในบ้านและมีเวลาพักผ่อน โดยอาจตื่นช่วยเหลือเป็นบางครั้ง รูปแบบนี้มักพบในบริการผู้ดูแลหรือผู้ช่วยพยาบาล และไม่เท่ากับ RN ที่ตื่นเฝ้าเต็มเวลา
2. ตื่นเฝ้าและพร้อมให้การพยาบาลตลอด 24 ชั่วโมง
ควรจัดอย่างน้อย 2 กะ เช่น กะละ 12 ชั่วโมง และต้องมีทีมสำรองสำหรับวันหยุด การลา หรือเหตุฉุกเฉิน ไม่ควรวางแผนให้พยาบาลคนเดียวตื่นทำงานต่อเนื่องทั้งวันและคืน เพราะความเหนื่อยล้าอาจกระทบการสังเกตอาการ การคำนวณยา และความปลอดภัยของผู้ป่วย
ดังนั้น หากครอบครัวได้รับใบเสนอราคา “พยาบาล 24 ชั่วโมง” ที่ใกล้เคียงราคาผู้ดูแลทั่วไป ควรถามทันทีว่าเป็น RN ที่มีใบอนุญาตจริงหรือไม่ มีกี่คน ทำงานกี่ชั่วโมง และช่วงกลางคืนเป็นการนอนสแตนด์บายหรือตื่นเฝ้า
ปัจจัยอะไรทำให้ราคาพยาบาลที่บ้านสูงขึ้น?
1. ความซับซ้อนและความคงที่ของอาการ
ผู้ป่วยที่อาการเปลี่ยนแปลงง่าย ต้องติดตามสัญญาณชีพบ่อย หรือมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน ต้องใช้ RN ที่มีประสบการณ์เฉพาะและอาจต้องมีทีมหลายคน
2. หัตถการและอุปกรณ์ทางการแพทย์
แผลซับซ้อน สายให้อาหาร สายสวนปัสสาวะ ท่อเจาะคอ เครื่องออกซิเจน เครื่องดูดเสมหะ และยาที่มีความเสี่ยงสูง ล้วนมีผลต่อการเลือกบุคลากรและราคา
3. จำนวนชั่วโมงและกะกลางคืน
เวร 12 ชั่วโมงมีราคาต่ำกว่าการจัดทีมตื่นเฝ้า 24 ชั่วโมง หากต้องการทีมชุดเดิมต่อเนื่อง รวมถึงพยาบาลสำรองในวันหยุด ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้น
4. พื้นที่และความเร่งด่วน
เคสต่างจังหวัด บ้านที่เดินทางยาก หรือคำขอให้เริ่มงานภายในวันเดียว อาจมีค่าเดินทาง ค่าที่พัก หรือค่าจัดทีมเร่งด่วนเพิ่มเติม
5. ประสบการณ์เฉพาะทาง
พยาบาลที่มีประสบการณ์ ICU, Stroke, Palliative Care, ทารกแรกเกิด หรือดูแลเครื่องมือเฉพาะ อาจมีอัตราค่าบริการสูงกว่าพยาบาลทั่วไป
6. ระบบสนับสนุนหลังบ้าน
บริการที่รวมการประเมินเคส แผนการดูแล Nurse Note รายงานครอบครัว การประสานแพทย์ และพยาบาลทดแทน มักมีราคาสูงกว่าการจ้างบุคคลโดยตรง แต่ช่วยลดความเสี่ยงเมื่อบุคลากรลาหรือเคสเปลี่ยนระดับความรุนแรง
ค่าใช้จ่ายใดอาจยังไม่รวมในราคา?
ก่อนชำระเงิน ควรขอใบเสนอราคาที่ระบุรายการต่อไปนี้ให้ชัดเจน
ค่าเดินทาง ค่าที่พัก หรือค่าเดินทางต่างจังหวัด
ค่าอาหารของบุคลากร
ค่าทำงานวันอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และกะกลางคืน
ค่ายา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทำแผล
ค่าออกซิเจน เครื่องดูดเสมหะ เตียงผู้ป่วย หรือเครื่องมือเช่า
ค่าแพทย์เยี่ยมบ้านและค่ากายภาพบำบัด
ค่ารถพยาบาลหรือการนำส่งโรงพยาบาล
ค่าพยาบาลสำรองหรือค่าเปลี่ยนบุคลากร
ค่าประเมินเคสก่อนเริ่มบริการ
ภาษีและค่าธรรมเนียมการชำระเงิน หากมี
ตัวอย่างการวางงบประมาณตามสถานการณ์
ผู้ป่วยหลังผ่าตัดกลับบ้าน 3–7 วัน
หากต้องเฝ้าระวังอาการและดูแลแผลวันละ 12 ชั่วโมง งบ RN อยู่ที่ประมาณ 20,000–25,000 บาทต่อ 7 วัน โดยอาจมีค่าเวชภัณฑ์และการเดินทางเพิ่มเติม เมื่ออาการคงที่จึงลดระดับเป็นผู้ดูแลหรือให้ RN เข้าเยี่ยมเฉพาะครั้งได้
ผู้ป่วยติดเตียงที่มีสายให้อาหารและต้องดูดเสมหะ
ควรให้ RN ประเมินความถี่ ความซับซ้อน และความเสี่ยงก่อน หากอาการคงที่ อาจใช้ผู้ช่วยพยาบาลหรือบุคลากรที่มีคุณสมบัติตรงตามขอบเขตงานร่วมกับ RN ติดตาม แต่หากมีเสมหะมาก หายใจไม่คงที่ หรือมีภาวะแทรกซ้อน อาจต้องใช้ RN ต่อเนื่องและมีแผนส่งต่อฉุกเฉิน
ผู้ป่วยประคับประคองที่ต้องเฝ้าระวังทั้งวันและคืน
หากต้องมี RN พร้อมตอบสนองตลอด 24 ชั่วโมง ควรเตรียมประมาณ 150,000–180,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป และวางแผนร่วมกับแพทย์เรื่องอาการฉุกเฉิน ยาที่ใช้ การติดต่อโรงพยาบาล และความประสงค์ของผู้ป่วยกับครอบครัว
ผู้สูงอายุอาการคงที่ แต่ครอบครัวไม่มีคนอยู่บ้าน
การใช้ RN เต็มเวลาอาจเกินความจำเป็น ควรเริ่มจากผู้ดูแลหรือผู้ช่วยพยาบาลประจำ ร่วมกับ RN ประเมินช่วงเริ่มต้นและเข้าเยี่ยมตามแผน ค่าใช้จ่ายรวมจะขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมงและหัตถการที่ต้องทำจริง
12 คำถามที่ควรถามก่อนจ้างพยาบาลดูแลที่บ้าน
บุคลากรเป็น RN จริงหรือไม่ และตรวจสอบใบอนุญาตได้ที่ไหน?
มีประสบการณ์ตรงกับโรค หัตถการ และอุปกรณ์ของผู้ป่วยหรือไม่?
ราคานี้เป็นรายครั้ง เวร 8 ชั่วโมง 12 ชั่วโมง หรือ 24 ชั่วโมง?
หากระบุ 24 ชั่วโมง ใช้พยาบาลกี่คนและผลัดเวรอย่างไร?
ช่วงกลางคืนเป็นการตื่นเฝ้าหรือนอนสแตนด์บาย?
ราคาได้รวมค่าเดินทาง อาหาร วันหยุด และเวชภัณฑ์หรือยัง?
มีการประเมินผู้ป่วยและจัดทำ Nursing Care Plan ก่อนเริ่มงานหรือไม่?
พยาบาลบันทึก Nurse Note และรายงานครอบครัวอย่างไร?
หากอาการเปลี่ยนแปลง ใครเป็นผู้ประสานแพทย์และโรงพยาบาล?
หากพยาบาลลา มีบุคลากรทดแทนภายในกี่ชั่วโมง?
สามารถปรับลดจาก RN เต็มเวลาเป็น RN เยี่ยมบ้านร่วมกับผู้ดูแลได้หรือไม่?
เงื่อนไขยกเลิก เปลี่ยนบุคลากร และคืนเงินเป็นอย่างไร?
ALL CARE Hospital-to-Home: ประเมินก่อนเลือกบุคลากร
ALL CARE HealthTech ให้บริการประเมินและจัดแผนดูแลผู้ป่วยหลังออกจากโรงพยาบาล ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน โดยพิจารณาจากอาการ ระดับการพึ่งพิง หัตถการ สภาพแวดล้อมในบ้าน และความพร้อมของครอบครัว
ทางเลือกอาจประกอบด้วย
RN เข้าเยี่ยมและทำหัตถการตามแผนการรักษา
RN ดูแลเป็นเวรสำหรับช่วงที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด
ผู้ดูแลหรือผู้ช่วยพยาบาลประจำ ร่วมกับ RN ติดตามเป็นระยะ
แผน 3–7 วัน สำหรับช่วงสำคัญหลังออกจากโรงพยาบาล
แผน 14 วัน สำหรับระยะพักฟื้นและประเมินความต้องการจริง
แผนรายเดือนหรือ 24 ชั่วโมงสำหรับการดูแลต่อเนื่อง
จุดสำคัญไม่ใช่การเลือกบุคลากรที่แพงที่สุด แต่คือการใช้คนที่มีทักษะตรงกับความเสี่ยงของผู้ป่วย มีแผนดูแลที่ตรวจสอบได้ ประสานข้อมูลทางการแพทย์ได้ และมีระบบทดแทนเมื่อบุคลากรไม่พร้อม
ปรึกษาและประเมินเคสกับ ALL CARE
เว็บไซต์: allcarehealth.tech
LINE Official Account: @allcarehealth
เพื่อให้ประเมินราคาได้เร็ว ควรเตรียมข้อมูล 7 ข้อ
อายุ โรคประจำตัว และวันที่ออกจากโรงพยาบาล
ระดับความรู้สึกตัว การเดิน และความสามารถในการช่วยเหลือตนเอง
แผล สาย หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้อยู่
รายการยาและหัตถการที่แพทย์สั่ง
อาการหรือเหตุการณ์ผิดปกติใน 72 ชั่วโมงล่าสุด
พื้นที่ให้บริการและโรงพยาบาลหลัก
วันที่ต้องการเริ่มงานและจำนวนชั่วโมงที่ครอบครัวไม่มีคนดูแล
คำถามที่พบบ่อย
พยาบาลดูแลผู้ป่วยที่บ้าน ราคาเท่าไหร่ต่อวัน?
RN เวร 12 ชั่วโมงมีราคาประมาณ 2,950–3,500 บาทต่อวัน ส่วนบริการรายครั้งเริ่มประมาณ 1,200–2,950 บาทขึ้นไป ราคาขึ้นอยู่กับหัตถการ อาการ พื้นที่ และอุปกรณ์ที่ต้องใช้
จ้างพยาบาล RN ที่บ้านหนึ่งเดือน ราคาเท่าไหร่?
หากใช้ RN วันละ 12 ชั่วโมงทุกวัน ควรเตรียมประมาณ 75,000–90,000 บาทต่อเดือน หากต้องมี RN ตื่นเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมงแบบผลัดกะ งบประมาณอาจอยู่ที่ 150,000–180,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป
พยาบาลคนเดียวดูแลผู้ป่วย 24 ชั่วโมงได้ไหม?
ไม่ควรวางแผนให้พยาบาลคนเดียวตื่นทำงานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง หากผู้ป่วยต้องมี RN พร้อมตอบสนองทั้งวันและคืน ควรแบ่งเป็นอย่างน้อย 2 กะ และมีทีมสำรองสำหรับวันหยุดหรือการลา
ผู้ป่วยติดเตียงจำเป็นต้องมี RN ตลอดเวลาหรือไม่?
ไม่ทุกราย หากอาการคงที่และงานหลักเป็นการช่วยกิจวัตร อาจใช้ผู้ดูแลหรือผู้ช่วยพยาบาลร่วมกับ RN เข้าเยี่ยมตามแผน แต่ผู้ป่วยที่มีอาการไม่คงที่ แผลซับซ้อน หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์หลายชนิดควรได้รับการประเมินโดย RN หรือแพทย์ก่อน
พยาบาลทำแผลที่บ้าน ราคาเท่าไหร่?
ตัวอย่างราคาที่ประกาศในตลาดเริ่มประมาณ 1,200 บาทต่อครั้ง แต่อาจเพิ่มตามชนิดและขนาดแผล เวชภัณฑ์ ระยะทาง และความซับซ้อนของผู้ป่วย ควรส่งรูปแผลและคำสั่งการรักษาให้ทีมประเมินก่อนนัดหมาย โดยไม่เปิดเผยข้อมูลผู้ป่วยในช่องทางสาธารณะ
จะตรวจสอบว่าเป็นพยาบาลวิชาชีพจริงได้อย่างไร?
ขอชื่อ-นามสกุลและข้อมูลใบอนุญาต แล้วตรวจสอบผ่านบริการประชาชนของสภาการพยาบาล พร้อมตรวจประสบการณ์ที่ตรงกับเคสและเอกสารยืนยันตัวตนก่อนเริ่มงาน
สรุป
ราคาพยาบาลดูแลผู้ป่วยที่บ้านในปี 2569 แบ่งได้เป็น 3 ระดับหลัก ได้แก่ รายครั้งประมาณ 1,200–2,950 บาทขึ้นไป, RN เวร 12 ชั่วโมงประมาณ 2,950–3,500 บาท, และ RN ตื่นเฝ้า 24 ชั่วโมงแบบผลัดกะประมาณ 150,000–180,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป
ก่อนตัดสินใจ ควรแยกให้ออกว่าผู้ป่วยต้องการ “การพยาบาล” หรือ “การช่วยดูแลกิจวัตร” เพราะการเลือก RN เต็มเวลาโดยไม่จำเป็นทำให้งบสูงเกินไป ขณะที่การให้ผู้ดูแลทั่วไปทำงานเกินขอบเขตอาจเพิ่มความเสี่ยง ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดจึงควรเริ่มจากการประเมินอาการ กำหนดแผนดูแล และเลือกบุคลากรตามความซับซ้อนของงานจริง
